ปัญหาและแนวทางการปรับปรุงระบบการวางแผนการผลิต

June 10, 2015

รับเชื่อมโลหะ รับตัดตามแบบ

 

ในการดําเนินการผลิตจริงนั้น ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบระบบการวางแผนการผลิตมักจะพบว่า ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการผลิตอยู่ตลอดเวลา แผนงานที่เคยวางไว้ไม่สามารถนําไปใช้ได้จริง เมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนระหว่างแผนการผลิตและความต้องการที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งส่งผลให้กระบวนการผลิตที่ ดําเนินงานตามแผนงานดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ไม่มีประสิทธิภาพตามไปด้วย ถึงแม้ว่าทรัพยากรผลิตทางด้านต่างๆ เช่น แรงงาน เครื่องจักร หรือ วัตถุดิบ จะมีความพร้อมเพียงใดก็ตาม ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการวางแผนการผลิตเพื่อกําหนดแนวทางในการปรับปรุงต่อไป

 

1. สภาพปัญหาของการวางแผนการผลิต

สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับการวางแผนการผลิตระยะยาว

- ความผันแปรของความต้องการที่เกิดจากลูกค้า

- ขั้นตอนเพื่อการตัดสินใจไม่มีความชัดเจนหรือไม่ถูกต้อง

- ขาดกลยุทธ์ในการวางแผนที่เหมาะสม สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับการวางแผนการผลิตระยะกลาง

- ความผันแปรของต้องการที่เกิดจากลูกค้า หรือการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบสั่งซื้อ

- ความคลาดเคลื่อนของปริมาณที่ผลิตได้จริงกับปริมาณที่วางแผนการผลิตไว้

- กลยุทธ?ในการวางแผนไม่สอดคล้องกับลําดับขั้นและหัวข้อของการวางแผน

-สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับการวางแผนการผลิตระยะสั้น

- ความไม่มีเสถียรภาพของปัจจัยการผลิตเช่น แรงงาน เครื่องจักร หรือวัตถุดิบ

- ผลกระทบจากการปรับแผนการผลิตในระยะกลาง

- ผลกระทบจากการเปลี่ยนรุ่นการผลิตที่มีต่อแต่ละหน่วยงาน

จากสภาพปัญหาของระบบการวางแผนการผลิตในแต่ละลําดับขั้นนั้น จะเห็นได้ว่ามีลักษณะแตกต่างกัน เนื่องจากมีองค์ประกอบพื้นฐานที่เป็นปัจจัย สําหรับการวางแผนที่แตกต่างกัน ดังนั้น แนวทางในการปรับปรุงระบบการวาง แผนการผลิตจึงต้องพิจารณาแนวทางที่สอดคล้องกับแต่ละลําดับขั้นของการ วางแผนและต้องสามารถส่งผลเชื่อมโยงถึงกันได้ทั้งระบบ

 

2. แนวทางการปรับปรุงสําหรับการวางแผนการผลิต

ระยะยาว 

  • การใช้เทคนิคในการพยากรณ์โดยวิธีทางคณิตศาสตร์ ร่วมกับการใช้ดุลพินิจของผู้มีประสบการณ์ประกอบกับ เพื่อลดความคลาดเคลื่อนของอุปสงค์ ที่มีความผันแปรจากลูกค้า และความสามารถในการผลิตที่จะมีการเตรียมการไว้สําหรับอนาคต  ƒ

  • การตัดสินใจในเรื่องของกําลังการผลิตจะต้องมีความน่าเชื่อถือ และดําเนินไปอย่างมีหลักการ ซึ่งมีขั้นตอนที่สามารถสรุปได้ดังนี้

1. ทําการประเมินกําลังการผลิตที่ต้องการในช่วงเวลา 3-5 ปีข้างหน้าให้สอดคล้องกับ ปริมาณอุปสงค์จากการพยากรณ์

2. กําหนดช่องว่าง (Define Gabs) ระหว่างค่าประมาณของกําลังการผลิตที่ต้องการกับ กําลังการผลิต

กําหนดทางเลือก (Define for Alternative) เพื่อแก้ไขปัญหาของช่องว่างดังกล่าว

3. พิจารณาทางเลือกโดยใช้เทคนิคการตัดสินใจ (Decision Technique) มาประเมิน เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุด

  • กลยุทธ์ที่ใช้สําหรับการวางแผนกําลังการผลิตระยะยาวสามารถพิจารณาได้ดังนี้

1. การใช้เทคนิคสํารองขนาดกําลังการผลิต (Sizing Capacity Sparing Technique)

2. การใช้ทฤษฎีของข้อจํากัด (Theory of Constraint)

3. กลยุทธ์เรื่องเวลาและการขยายตัว (Timing and Expansion Strategy)

 

ระยะกลาง

  • การใช้เทคนิคการพยากรณ์โดยใช้วิธีวิเคราะห์อนุกรมเวลา (Time Series Analysis) เพื่อลด ความคลาดเคลื่อนของอุปสงค์ที่มีความผันแปรจากลูกค้า ซึ่งสามารถวิเคราะห์เป็นแบบราย เดือนหรือรายไตรมาสได้

  • ƒ กําหนดวิธีการเพื่อปรับแผนการผลิต เพื่อให้สามารถคงสถานภาพทางการผลิตภายใต้ ข้อกําหนดที่มีอยู่ได้ซึ่งโดยทั่วไปมีวิธีที่นํามาปฏิบัติอยู่ 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1 คือ การปรับเปลี่ยนแผนการผลิตโดยวิธีเฉลี่ย น้ําหนัก (Weighted Average Method)

วิธีที่ 2 คือการปรับระดับสม่ําเสมอ (Leveling Method) 

  • กลยุทธ์ที่ใช้สําหรับการวางแผนกําลังการผลิตระยะกลาง สามารถพิจารณาได้ดังนี้

1. กลยุทธ์การไล่ตาม (Chase Strategy) และกลยุทธ์การรักษาระดับ (Level Strategy) สําหรับการวางแผนการผลิตรวม

2. การใช้เทคนิคในการใช้ของหมด (Run-Out Time Technique) และการใช้เทคนิคใน การผลิตจํานวนมากไว้ก่อน เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำสําหรับการจัดตารางการผลิตหลัก

3. การใช้เทคนิคการกําหนดขนาดของการผลิตแต่ละคราว (Lot Sizing Technique) สําหรับการจัดตารางการผลิต

 

ระยะสั้น ƒ

  • การใช้เทคนิคจัดสมดุลในสายการผลิต เพื่อรองรับผลกระทบจากปัญหาด้านปัจจัยการผลติ ที่ไม่มีเสถียรภาพ ƒ

  • การใช้หลักเกณฑ์ในการกําหนดงานสําหรับการจัดตารางการผลิตเพื่อลดผลกระทบจากการ เปลี่ยนรุ่นการผลิตในแต่ละสถานีงานหรือหน่วยผลิต ƒ

  • การใช้หลักเกณฑ์ของการจัดลําดับงานอย่างมีเหตุผล (Heuristic Approach) ประกอบกับการ พิจารณาสภาวะของกระบวนการผลิตบนพื้นฐานของความเป็นจริง เพื่อลดผลกระทบจากการปรับแผนการผลิตในระยะกลาง โดยมีหลักเกณฑ์ที่นิยมใช้ดังนี้

1. เข้าก่อนทําก่อน (First Come – First Serve :FCFS)

2. ทํางานที่ใช้เวลาน้อยที่สุดก่อน (Shortest Processing Time :SPT)

3. ทํางานที่ใช้เวลามากทีสุดก่อน (Longest Processing Time : LPT)

4. ทํางานที่มีกําหนดส่งเร็วที่สุดก่อน (Earliest Processing Time : EPT)

5. ทํางานที่เวลาเหลือน้อยที่สุดก่อน (Minimum Slack Time : MST)

6. เข้าทีหลังทําก่อน (Last Come – First Served : LCFS)

 

 credit : http://www.east.spu.ac.th/

 

บริษัท คราฟท์ สกิลล์ จำกัด | โทร.0-2894-1750 (Auto)

รับตัดโลหะตามแบบ รับเชื่อมโลหะทุกชนิด รับเหมาโครงสร้างอาคาร โรงงาน

รับเจาะบ่อบาดาล ระบบผลิตน้ำประปา ประปาบาดาล ประปาผิวดิน

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม ฟาร์ม สวนเกษตร บ้านพักอาศัย

หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ

Please reload

Featured Posts

อลูมิเนียมและอลูมิเนียมผสม

August 19, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive
Please reload

Search By Tags
Please reload

Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square